Table of Contents
การเลือกรถโฟล์คลิฟท์นั้น ควรเลือกตามคุณสมบัติตามการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องเผื่อน้ำหนักให้มากจนเกินไป เพราะขนาดตัวรถก็จะใหญ่ตามไปด้วย แต่เบื้องต้นนั้น เราต้องเลือกประเภทของรถที่เป็นตัวเลือกหลักๆก่อน เช่น ต้องการรถยกไฟฟ้า รถยกเบนซิน หรือรถยกแบบดีเซล แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติและข้อจำกัดที่ต่างกัน
1. รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ดี เหมาะสมกับโกดัง และสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด และโรงงานระบบปิด เพราะไม่มีมลภาวะทั้งกลิ่น, เสียง
สามารถใช้งานในห้องเย็นได้ ตั้งแต่อุณหภูมิต่ำ จนถึงอุณหภูมิติดลบ 40 องศา ปัจจุบันมีสเป็คและยี่ห้อให้เลือกหลากหลาย รองรับน้ำหนักตั้งแต่ 900 ถึง 3,500 กิโลกรัม และมีความสูงเริ่มต้นตั้งแต่ 3 เมตร ถึง 12 เมตร
มีค่าบำรุงรักษาและค่าเชื้อเพลิงต่ำ แต่ไม่เหมาะกับการใช้ภายนอกอาคาร สามารถใช้ยกของได้ แต่ไม่เหมาะกับงานที่ใช้ดึง ดัน ลากสินค้า
- รถโฟล์คลิฟท์แบบยืนขับ เหมาะจะใช้งานพื้นที่แคบ วงเลี้ยว เริ่มต้น 2.4 เมตร, พื้นเรียบ
- รถโฟล์คลิฟท์แบบนั่งขับ เหมาะจะใช้งานพื้นที่กว้าง วงเลี้ยว เริ่มต้น 3 เมตร, พื้นเรียบ และขรุขระเล็กน้อย
- รถโฟล์คลิฟท์แบบนั่งข้าง เหมาะจะใช้งานพื้นที่แคบ และโกดังที่มีชั้นวางสูง ความสูง 6-12 เมตร
เหมาะกับกลุ่มธุรกิจ เช่น โกดังสินค้า (Ware House), ห้องเย็น, ธุรกิจยกเมล็ดพลาสติก, ธุรกิจอาหาร เป็นต้น

2. รถโฟล์คลิฟท์ดีเซล
รถโฟล์คลิฟท์ดีเซล เครื่องยนต์มีกำลังสูง เหมาะกับการใช้งานทุกสภาพอากาศ และพื้นทุกรูปแบบ ทั้งพื้นเรียบและทางลาดชัด เหมาะสำหรับใช้ภายนอกอาคาร และสถานที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตัน ถึง 40 ตัน

3. รถโฟล์คลิฟท์เบนซิน/LPG
รถโฟล์คลิฟท์เบนซิน/LPG มีราคาสินค้าต่ำกว่าแบบดีเซลและไฟฟ้า เหมาะกับการใช้งานทุกสภาพอากาศ และพื้นทุกรูปแบบ ทั้งพื้นเรียบและทางลาดชัด เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง สามารถสลับเชื้อเพลิงเบนซิน, LPG ได้ มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตัน ถึง 7 ตัน





